รีวิวกล้องติดรถยนต์ทรงกระจกมองหลัง DENGO SMARTCAM 5SE

วันนี้มาโหมดรีวิวสินค้าฮะ
(ลองเขียนแนวนี้เป็นครั้งแรกครับ ถูก/ผิดยังไงก็ขออภัยด้วย)
เป็นสินค้าที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ เลย คือกล้องติดรถยนต์แบรนด์ไทย Dengo รุ่น Smartcam 5SE แบบคาดแทนกระจกมองหลัง + กล้องหลัง
ราคา ณ วันที่ซื้อ (มี.ค. 60) 1,990 บ.

เกริ่นนำก่อนรีวิวงี้นะครับ

  1. นี่ไม่ใช่กล้องติดรถตัวแรกของผม, แต่เป็นตัวที่สามแล้ว
    สองตัวก่อนหน้าคือกล้อง OEM ราคาถูกซึ่งพัง-เปลี่ยนตามสภาพ
    ฉะนั้น การเปรียบเทียบในรีวิวจะอ้างอิงจากพื้นประสบการณ์ที่ใช้ “กล้องถูก” มาก่อนนะครับ
    บางนิยามของผมกับผู้อ่าน (ที่มีประสบการณ์กับกล้องราคาแพงมาก่อน) อาจไม่เหมือนกันก็ได้ เข้าใจตรงกันนะครับ
  2. รีวิวนี้ไม่หน้าม้านะครับ ..สั่งเอง จ่ายเอง ใช้เอง รีวิวเอง
    ที่อยากลองรีวิวก็ด้วยเหตุผลว่าตอนจะสั่งซื้อกล้องติดรถ (ตัวนี้/ยี่ห้อนี้) หาอ่านในเน็ตแล้วแทบไม่เจออะไรที่ช่วยในการตัดสินใจเลย (นอกจากคำโฆษณาของผู้ขาย)
    พอตัดสินใจซื้อแล้วก็ เอ้า รีวิวแม่มเองเลย เผื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจสำหรับท่านอื่น
    อย่างน้อยถ้ารุ่นนี้จะหมดหรือเลิกผลิต ก็น่าจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับรุ่นใกล้เคียง หรือรุ่นอื่นของแบรนด์เดียวกันได้บ้าง

การส่งสินค้า

ผมสั่งกล้องตัวนี้ผ่านฟอร์มหน้าเว็บไซต์ของบริษัทเขาวันอังคาร 14:09 น.
ได้รับของวันศุกร์ 14:15 น. ใช้เวลาประมาณ 3 วันเต็มสำหรับปลายทางในกทม. ซึ่งผมไม่โอเคนิดหน่อยฮะ
..เรื่องของเรื่องคืองี้ กล้องตัวเก่าของรถผมมันดันมาเสียวันอาทิตย์
แล้ววันเสาร์ถัดไปผมต้องใช้รถเดินทางออกต่างจังหวัด
ซึ่งก็กลัวว่าจะไม่มีกล้องติดรถใช้ช่วงเดินทาง และก็ไม่สะดวกที่จะออกไปหาซื้อช่วงวันทำงานเองด้วย ก็เลยตัดสินใจจะสั่งจากเว็บไหนสักเว็บ
ซึ่งเงื่อนไขสำคัญนอกเหนือจากไม่แพงมาก และสเปคตรงตามต้องการแล้ว คือต้องมาส่งถึงมือก่อนจะเดินทางวันเสาร์ด้วย
ซึ่งเว็บขายสินค้าของบริษัทเขาระบุไว้ค่อนข้างเด่นชัดว่าส่งสินค้าภายใน 1-3 วันทำการ จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญข้อนึงที่ผมตัดสินใจซื้อ
ก็คิดไว้ในใจว่าส่งในกทม. อย่างเร็วก็หนึ่งวัน อย่างแย่ก็สองวัน, เหลือเวลาให้ติดตั้งเอง 2 เย็น (กรณีเดินสายกล้องหลัง ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน) คงเสร็จทันก่อนเดินทางแบบไม่เร่งไม่เหนื่อย
แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าของมาส่งเอาวันที่ 3 ซึ่งเท่ากับเหลือเวลาติดตั้งแค่เย็นวันศุกร์วันเดียว
(หลังจากสั่งซื้อ ผมมีโทรไปสอบถาม call center ของบริษัทแล้ว ซึ่งก็ได้รับการคาดคะเนจากเจ้าหน้าที่ว่าของควรจะถึงภายในวันพฤหัสฯ)

แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าถึงวันเสาร์ฮะ..

ตัวสินค้ามาในรูปพัสดุเก็บเงินปลายทางโดยรถตู้ไปรษณีย์ครับ
มีการโทรนัดหมายก่อนจะมาส่งสินค้า ..มาถึงก็เอาของมา เอาเงินไป
สภาพกล่องก็ดูแข็งแรงตามสภาพ ไม่มีอะไรเสียหาย


เปิดกล่อง

หน้าตาแพคเกจก็ตามนี้ฮะ ไม่หวือหวาอะไร

เปิดกล่องมาก็เจอยานแม่เลยฮะ
กล้อง(หน้า)ที่เป็นตัวเรือนกระจกมองหลัง ติดพลาสติกกันรอย+ห่อถุงพลาสติกหลวมๆ ไว้

ใต้ยานแม่ก็เป็นอุโมงค์ลับหนีดีเอสไอ เอ้ย! อุปกรณ์อื่นๆ ที่เหลือครับ ไล่จากซ้ายไปขวามีดังนี้..

  • สายไฟเสียบที่จุดบุหรี่รถ
  • ยางรัดกล้องกับกระจกมองหลัง x 2
  • นามบัตรเบอร์โทร (กรณีมีปัญหา)
  • ใบรับประกันแบบส่งกลับบริษัทครึ่งนึง
  • คู่มือการใช้งานภาษาไทยฟอนต์อังสนาฯ
  • กล้องหลัง + สาย

ตัวกระจกมองหลังเป็นกระจกอมสีฟ้าครับ สารภาพว่าไม่รู้จริงๆ ว่ากระจกอมสีฟ้านี่มันมีคุณสมบัติอะไร
(อ่านคำโฆษณาคร่าวๆ คือตัดรังสียูวี, ลดแสงสะท้อนไฟจากข้างหลังได้ ฯลฯ ซึ่งจากที่ใช้งานมาระยะนึง ยังไม่แน่ใจว่ามันมีคุณสมบัติตามนั้นมั้ย ..แต่ที่แน่ๆ เห็นชัดๆ ตอบได้ทันทีเลยคือไม่ชินครับ)

นอกเรื่องนิดนึง อันนี้บอกเล่าประสบการณ์ครับ..
เวลาซื้อสินค้าอะไรมาแล้วเจอพลาสติกกันรอย “ย่น/ยับ” บนวัตถุผิวเรียบพวกกระจก หรือพลาสติกมันวาว ..อย่าตายใจว่ามันคือรอยย่นหรือรอยยับเสมอไปนะครับ ลองแง้มเช็คสักนิด
ผมเคยเจอกับตัวตอนซื้อโน้ตบุ๊คเครื่องนึงเมื่อหลายปีก่อน เห็นรอยยับก็นึกว่าแค่รอยยับ
พอกลับมาลอกที่บ้านถึงได้รู้ว่ามันคือ “รอยแตก” ..สุดท้ายต้องกลับไปเถียงกับที่ร้านอยู่นานว่ามันเป็นรอยที่มีอยู่ก่อนแล้ว (แน่นอนว่าร้านมันก็โบ้ยว่าเราทำแตกเอง)


การติดตั้ง

ผมไม่ได้ถ่ายภาพขั้นตอนการติดตั้งละเอียดนะครับ เอาแค่ภาพมาให้ดูเฉยๆ
ตัวกระจกมองหลังคงติดตั้งเหมือนกันทุกรุ่น-ยี่ห้ออยู่แล้ว (แล้วในเว็บผู้ขายก็มีคลิปแนะนำการติดแล้ว ซึ่งไม่ได้ซับซ้อนอะไร)

* ปัญหาของเคสผมคือการเดินสายกล้องหลังครับ รถผมคือ Honda Freed ซึ่งประตูหลังมันเป็น Hatchback เลยยืนหามุมเพดานไล่สายอยู่พักใหญ่ๆ แต่ที่สุดก็เดินสำเร็จ

..ตัวเลนส์กล้องหน้าจะอยู่ในตำแหน่งตามภาพครับ (อยู่ฝั่งซ้าย (ฝั่งผู้โดยสาร)) สังเกตุว่าเรือนกระจก(ใหม่)ที่เป็นกล้องถูกวางทับกระจกมองหลังเดิม (แล้วเอายางรัดไว้สองข้าง ง่ายๆ งี้เลย)

ด้วยความที่ตัวเลนส์กล้องหน้าอยู่ฝั่งซ้าย แล้วเวลาปรับองศากระจกมองหลังโดยทั่วไปต้องเอียงมาทางฝั่งคนขับนิดนึงเพื่อดูข้างหลัง ก็กลายเป็นว่าตัวกล้องยิ่งถ่ายเอียงไปทางซ้ายเข้าไปใหญ่เลยครับ
แม้ตัวเลนส์จะปรับมุมรับภาพไปทางขวาชดเชยได้หน่อยนึง แต่ก็ไม่รับภาพเฉลี่ยมาที่ตรงกลางอยู่ดี


การบันทึกภาพ (วิดีโอ)

ในการรีวิวนี้จะใช้การจับภาพจากไฟล์วิดีโอที่ได้จากการเปิดบนโปรแกรม VLC Media Player v2.2.4 (Windows) เป็นภาพนิ่งนะครับ

กล้องหน้า

(ภาพจากกล้องหน้าจะลดขนาด (กว้างxยาว) ลง 50% เพื่อลดขนาดไฟล์ภาพ, โดยแสดงผลบางส่วน (ป้ายทะเบียน) ในกรอบสีฟ้า เป็นขนาด 100% ครับ)

จากภาพ สังเกตุได้ว่าเราพอจะมองป้ายทะเบียนรถออก(บ้าง) ในจังหวะที่กล้องหน้า (ของรถผม) เข้าใกล้ท้ายคันข้างหน้ามากพอ และเป็นจังหวะที่ทั้งรถผมและคันข้างหน้าชลอหรือจอดเท่านั้น (รูปที่สองจึงดูแทบไม่รู้เรื่อง เพราะกำลังวิ่งอยู่ที่ 50+Km/h ทั้งคู่)

ทีนี้มาดูกลางคืนครับ..

กลางคืนผลออกมาคล้ายกันครับ คือจังหวะชลอและใกล้พอจะมีโอกาสอ่านป้ายทะเบียนได้ แต่ภาพรวมจะเป็นไปได้ยากกว่าเพราะมีปัจจัยเรื่องแสง (ที่น้อยลง)

จากประสบการณ์ที่ใช้กล้องติดรถ OEM ราคาถูกมาแล้วสองตัวของผม ถ้าเทียบเคียงกับตัวนี้แล้วให้เปรียบเทียบคุณภาพกับที่เคยใช้มา
ผมมองว่าคุณภาพของกล้องหน้าถือว่าพอๆกันครับ ไม่ดี/แย่กว่ากันมากนัก

ทีนี้มาดูกล้องหลังครับ..

กล้องหลัง

(ภาพจากกล้องหลังผมไม่ปรับลดขนาดกว้างxยาวนะครับ ใช้ภาพจากที่จับมาได้จากโปรแกรม VLC มาใส่โลโก้เฉยๆ)

ถ้าวัตถุประสงค์คือจะเอาไว้ดูทะเบียนรถคันข้างหลัง (จากกล้องหลัง) คือต้องอุทานเหี้ยเลยฮะ น่าจะไม่ได้โดยสิ้นเชิงเลยล่ะ
โดยเฉพาะรูปแรก ซึ่งเป็นตอนที่ผมออกจากที่จอดรถ ซึ่งรถในภาพเป็นรถที่จอดนิ่งอยู่ (ในขณะที่รถผมขยับ แต่ก็เพิ่งออกจากที่จอดรถ แทบจะเรียกว่าคลานเลยก็ได้) ..ก็ยังอ่านอะไรไม่ออกเลย

..แล้วพอเห็นภาพแบบนี้ ยังจะคาดหวังอะไรกับตอนกลางคืนมั้ยครับ? :D
เอามาให้ดูหนึ่งภาพแล้วกัน..

..จบข่าว


ข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี
  • ไม่กวนสัญญาณ GPS ในระดับที่ทำให้ Navigator (ในรถผม) นำทางไม่ได้
    (กล้องติดรถราคาถูกบางตัวมีผลให้ Navigator รับสัญญาณไม่ได้ครับ
    อันนี้อาจไม่เป็นประเด็นสำหรับผู้ขับรถที่ชำนาญทาง ไม่เคยพึ่งพา Navigator มาก่อน
    แต่สำหรับมนุษย์ผู้ไม่ชำนาญทางนอกจากละแวกที่พักอาศัยอย่างผม ..ข้อนี้เป็นปัจจัยสำคัญข้อนึงครับ)
  • (จากการใช้งานมาระยะหนึ่ง) ยังไม่พบปัญหาเครื่องค้าง/หยุดถ่ายเอาดื้อๆ
    ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างนึงของกล้องติดรถยนต์ราคาถูกเลยครับ อยู่ๆ มึงก็หยุดถ่ายโดยไม่บอกไม่กล่าวใดๆ เลย
    บ้างก็จอขาวค้าง, บ้างก็จอดำค้าง แต่ก็เหมือนกันคือทำอะไรไม่ได้ นอกจากถอดสายไฟออก ปล่อยให้แบตหมด, แล้วค่อยเสียบกลับเข้าไปใหม่ (บางตัวต้องสั่ง format การ์ดอีกรอบถึงจะทำงานได้ปกติอีกครั้ง)
    ** อันนี้ผมถือเป็นปัญหาใหญ่ครับ ถ้าพบปัญหาเช่นเดียวกับกล้องตัวที่ผ่านๆ มา ผมสัญญาว่าจะมาอัพเดทข้อมูลครับ

    • (อัพเดท 29 ก.ค. 2560 – มีอัพเดทตอนท้าย ***)
  • อันนี้เป็นข้อดีแบบสมมุติฐานนะครับ, คือเรื่องการรับประกัน
    ถ้าเทียบกับกล้องราคาถูกที่รับประกันแค่ 1-6 เดือน (กล้องตัวแรกผมคนขายบอกว่ารับประกัน 15 วันฮะ :D), กล้องแบรนด์นี้รับประกันปีนึง และอุปกรณ์เสริม 6 เดือน
    (ถ้าพิจารณาแค่ระยะเวลา ยังไงยิ่งมากก็ยิ่งดูน่าอุ่นใจกว่าอยู่แล้วแหละฮะ, แต่เอาจริงๆ ก็มีเงื่อนไขอื่นให้พิจารณาเพิ่มเติมด้วย (บริการดีมั้ย, เขี้ยวมั้ย, ซ่อมนานมั้ย ฯลฯ) ซึ่งผมก็ยังไม่เคยใช้บริการเคลมด้วย จึงชี้ชัดไม่ได้ว่ามันเป็นข้อดีจริงๆ มั้ย)
ข้อเสีย
  • กล้องหลังถือว่ารายละเอียดต่ำเหี้ยๆ คาดหวังรายละเอียดระดับป้ายทะเบียนไม่ได้เลย แค่บันทึกภาพในระดับที่พอดูเป็นรูปเป็นร่างได้แค่นั้น
    (อนึ่ง ผมไม่เคยมีประสบการณ์กับกล้องบันทึกภาพด้านหลังของรถมาก่อนนะครับ (ตัวนี้ตัวแรก)
    เลยไม่รู้ว่าดี/แย่กว่ายี่ห้ออื่น-รุ่นอื่นหรือไม่ อย่างไร

    แต่ถ้าให้เดา ผมเดาว่าน่าจะห่วยเหมือนกันทั้งหมด เพราะรูปร่างกล้องหลังแบบสายยาวๆ แบบนี้ หลายยี่ห้อหน้าตาเหมือนกันหมดเลย)
  • ตัวกล้องหน้าเป็นแบบคาดกระจกมองหลัง ซึ่งผมพบปัญหาสามอย่าง
    • การเลือกใช้กล้องแบบนี้กลายเป็นต้องเปลี่ยนกระจกมองหลังไปโดยปริยาย ซึ่งกรณีนี้เป็นกระจกอมฟ้า และอัตราส่วน (ของภาพสะท้อนในกระจก) ก็ไม่เท่ากับกระจกติดรถที่ใช้อยู่ด้วย ผลคือไม่ชินฮะต้องอาศัยเวลาทำความคุ้นเคยใหม่
    • (ดูภาพข้างบนประกอบ) ตัวเลนส์กล้องหน้าจะค่อนมาทาง “ซ้าย” ของรถ (ตัวเลนส์กล้องหน้าอยู่ฝั่งผู้โดยสาร)
      ส่งผลให้ภาพที่ได้ค่อนมาทางซ้ายค่อนข้างเยอะ (เทียบกับกล้องทั่วไปที่มักจุ๊บติดกระจกตรงกลางรถ ซึ่งจะได้ภาพมุมตรงกลางรถ)
      ถึงแม้ตัวเลนส์จะหมุนขยับองศามาทางขวาได้บ้าง แต่ก็ไม่มากพอให้เฉลี่ยภาพมาตรงกลางได้เท่าไรนัก ยังไงก็ค่อนข้างเบ้ซ้ายอยู่ดี (ผมมองว่าค่อนข้างเยอะเกินไป)
    • กรณีหักกระจกมองหลังลงเพื่อหลบแสงไฟจากคันหลัง ส่งผลให้มุมการบันทึกภาพของกล้องหน้าเปลี่ยนไปด้วย (กล้องเชิดขึ้น)
  • ความยาวของสายไฟ (จากที่จุดบุหรี่ ถึงปลายสายสำหรับเสียบกล้อง) สั้นไปนิดเมื่อเทียบกับที่เคยใช้มา
    สายเดิมลากผ่านขอบกระจก ผ่านเสาเอ ถึงที่จุดบุหรี่ด้านล่างค่อนข้างพอดี เหลือประมาณเกือบคืบนึง
    ขณะที่สายของกล้องตัวนี้ถ้าเดินทางเดียวกัน สายจะพอดีแบบตึงเปรี๊ยะ ..ที่สุดต้องเดินลัดมาอีกทางนึงเพราะกลัวสายหักใน

สรุป

  • แง่ของคุณภาพของภาพกล้องหน้า ผมถือว่าไม่ต่างจากตัวที่ผ่านๆ มาเท่าไรนักครับ
  • ส่วนตัวแล้วผิดหวังกับคุณภาพของภาพกล้องหลังอย่างแรง
  • ด้วยราคาที่สูงกว่ากล้องที่เคยซื้อใช้มา (ตัวก่อนหน้าประมาณ 1,200 – 1,600 บ.) กับสิ่งที่ต่างออกไปคือมีกล้องหลัง (ห่วยแตก), รูปทรงที่เปลี่ยนไปเป็นทรงกระจกมองหลัง และมีความสามารถพวกบันทึกภาพอัตโนมัติเมื่อรถรับแรงกระแทกเพิ่มขึ้นมา (ที่ผ่านมายังไม่เคยใช้กล้องที่มีคุณสมบัตินี้)
    ผมคิดว่าด้วยจุดต่างแค่นี้ (กับราคา 1,990 บ.) ยังไม่โอเคพอที่จะถือว่าคุ้มค่าครับ ถ้าเทียบกับ OEM ราคาถูกอื่นๆ
  • ตอนนี้ตัวแปรสำคัญตัวแปรเดียวที่จะทำให้ผมตัดสินว่ากล้องตัวนี้คุ้มค่า (กว่ากล้องราคาถูกอื่นๆ) หรือไม่ คือประเด็นที่ผมเน้นข้างต้นครับ ว่ากล้องจะค้างหรือหยุดการทำงานแบบกล้องติดรถราคาถูกรุ่นล่างๆ แบบที่ผมเคยพบเจอมาหรือไม่
    (อย่างน้อยที่สุดนานๆ เกิดขึ้นครั้งนึงก็ยังพอทำใจรับได้, ถ้าบ่อยๆ ก็ไม่ไหว)
    ซึ่งก็ตามที่บอกครับ หากเจอว่ามันค้างไม่ต่างจากตัวเก่าๆ ที่ผ่านๆ มา จะรีบมาอัพเดทอีกครั้ง
  • สรุปของสรุป คือผม(พอจะ)โอเคกับกล้องตัวนี้ (ในราคานี้) ณ วันนี้
    ตราบเท่าที่ยังไม่เจอว่ามันจะค้างหรือหยุดการทำงานโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าเหมือนที่เคยเจอมาครับ

อัพเดท
  1. 29 ก.ค. 2560
    พบปัญหาคล้ายเครื่องค้างหนึ่งเคสครับ ..คือไม่ได้ค้าง แต่แสดงข้อความว่าเมมฯเต็ม แล้วไม่เขียนทับให้อัตโนมัติเหมือนที่เคยเป็น
    (ต้องฟอร์แมตเองถึงจะใช้งานได้อีกครั้ง)
    อันนี้ถ้าถามว่าผมซีเรียสไหม ..ซีเรียสสิฮะ เพราะผลลัพธ์มันไม่ต่างกับปัญหากล้องค้างเลย (คือมันไม่บันทึกวิดีโอทั้งคู่)

    เพียงแต่ถ้าเทียบเคียงกับประสบการณ์ที่เคยเจอกับกล้องตัวผ่านๆ มา ผมยังพอกัดฟันหยวนๆ กับหนึ่งเคสในอายุการใช้งานสี่เดือนได้อยู่ครับ
    (เทียบกับประสบการณ์กล้องค้างที่ผ่านๆ มา ที่เกิดได้ถี่เฉลี่ยถึงสามครั้งในสองอาทิตย์ อันนี้ยังดูดีมีอนาคตกว่า)
    *** อนึ่ง เคสนี้อาจมีสาเหตุมาจากเมมฯ (micro sd card) ที่ใช้ มีปัญหา ก็ได้
    ซึ่งผมก็ยังไม่ได้เปลี่ยนการ์ดใหม่หรือเช็คการ์ดเก่าเพื่อหาสาเหตุจริงจังครับ (แต่มันยังใช้อัดได้อยู่หลังจากฟอร์แมตไปแล้ว)
    แต่เคสกล้องตัวเก่าค้าง/ดับนี่เคยเปลี่ยนการ์ดใหม่แล้วครับ อาการยังอยู่ อันนั้นเลิกโบ้ยความผิดให้การ์ดได้เลย

จบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ครับ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *